OSP: สำนักงานกฎหมายที่คุณเชื่อมั่นและไว้วางใจ

จัดการกฎหมายแรงงานอย่างมั่นใจ
ลดความเสี่ยงให้องค์กร
กับ OSP LEGAL

จัดการกฎหมายแรงงาน
อย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยง
ให้องค์กร กับ OSP LEGAL

ทีมทนายฝ่ายนายจ้าง พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลทุกมิติของกฎหมายแรงงาน
ตั้งแต่การร่างสัญญาไปจนถึงการจัดการข้อพิพาท

ทีมทนายฝ่ายนายจ้าง พร้อมให้คำปรึกษาและดูแล
ทุกมิติของกฎหมายแรงงานตั้งแต่การร่างสัญญา
ไปจนถึงการจัดการข้อพิพาท

ปรึกษาฟรี เป็นความลับ ไม่ผูกมัด

บริหารคน บริหารองค์กร แต่กังวล
เรื่องกฎหมายแรงงานเหล่านี้อยู่ใช่ไหม?

บริหารคน บริหารองค์กร
แต่กังวลเรื่องกฎหมายแรงงานเหล่านี้อยู่ใช่ไหม?

การดูแลพนักงานให้ดี ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานที่ซับซ้อน
ถือเป็นความท้าทายสำคัญของผู้บริหารและฝ่ายบุคคล OSP LEGAL เข้าใจถึงแรงกดดันและความกังวลใจที่คุณอาจเจออยู่

ความซับซ้อนและความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ

เอกสารสัญญาและข้อบังคับ

กระบวนการทาง HR และการเลิกจ้าง

การจัดการข้อพิพาท

OSP LEGAL เข้าใจความท้าทายเหล่านี้ดี เราพร้อมเป็นที่ปรึกษาและทนายความ
ช่วยให้องค์กรของคุณจัดการด้านแรงงานอย่างถูกต้อง
ลดความเสี่ยง และมุ่งเน้นการเติบโตของธุรกิจได้อย่างเต็มที่

OSP LEGAL เข้าใจความท้าทายเหล่านี้ดี เราพร้อมเป็นที่ปรึกษาและทนายความ ช่วยให้องค์กรของคุณจัดการด้านแรงงานอย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยง และมุ่งเน้นการเติบโตของธุรกิจได้อย่างเต็มที่

บริการกฎหมายแรงงานครบวงจรสำหรับองค์กร

บริการกฎหมายแรงงาน
ครบวงจรสำหรับองค์กร

มุ่งมั่นให้บริการด้านกฎหมายแรงงานแก่ฝ่ายนายจ้างอย่างครอบคลุม
เพื่อช่วยให้องค์กรของท่านสามารถบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล
ได้อย่างมั่นใจ ถูกต้องตามกฎหมาย
ลดความเสี่ยง และรับมือกับความท้าทายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยบริการหลักดังนี้

มุ่งมั่นให้บริการด้านกฎหมายแรงงานแก่ฝ่ายนายจ้างอย่างครอบคลุม เพื่อช่วยให้องค์กรของท่าน
สามารถบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล
ได้อย่างมั่นใจ ถูกต้องตามกฎหมาย
ลดความเสี่ยง
และรับมือกับความท้าทายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยบริการหลักดังนี้

มุ่งมั่นให้บริการด้านกฎหมายแรงงานแก่ฝ่ายนายจ้างอย่างครอบคลุม เพื่อช่วยให้องค์กรของท่าน สามารถบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลได้อย่างมั่นใจ ถูกต้องตามกฎหมาย ลดความเสี่ยงและรับมือกับความท้าทายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยบริการหลักดังนี้

บริหารจัดการการสิ้นสุดการจ้างงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ลดความเสี่ยงการถูกฟ้องร้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรม และคำนวณสิทธิประโยชน์ เช่น
ค่าชดเชย ให้แก่ลูกจ้างได้อย่างแม่นยำ

ให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์

วิเคราะห์เหตุแห่งการเลิกจ้าง ประเมินความเสี่ยงทางกฎหมาย ให้คำแนะนำขั้นตอนและวิธีการเลิกจ้างที่เหมาะสมและสอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฯ
(ไม่ว่าจะเป็นการเลิกจ้างทั่วไป, การเลิกจ้างเนื่องจากปรับปรุงหน่วยงาน/ยุบตำแหน่ง, การเลิกจ้างเพราะเหตุทางวินัย)

จัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง

ช่วยร่างหนังสือเลิกจ้างที่ระบุเหตุผลชัดเจน, หนังสือรับรองการทำงาน, เอกสารคำนวณค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (ถ้ามี), หรือข้อตกลงระงับข้อพิพาท

คำนวณสิทธิประโยชน์

คำนวณค่าชดเชยตามอายุงาน, ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังไม่ได้ใช้, สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และผลประโยชน์อื่นที่ลูกจ้างพึงได้รับให้ถูกต้อง
ตามกฎหมายและข้อบังคับฯ

ต่อสู้คดีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

เป็นทนายความให้แก่นายจ้างในศาลแรงงานเมื่อถูกฟ้องร้อง รวบรวมพยานหลักฐาน (เอกสาร, พยานบุคคล) เตรียมคำให้การ และดำเนินกระบวนพิจารณา
เพื่อปกป้องนายจ้างอย่างเต็มที่
บังคับใช้สิทธิ์และปกป้องผลประโยชน์สำคัญขององค์กร อันเกิดจากสัญญาจ้าง ข้อบังคับการทำงาน หรือข้อตกลงพิเศษอื่นๆ เช่น
การรักษาความลับทางการค้า หรือการห้ามแข่งขัน

การบังคับใช้สัญญา/ข้อตกลง

ให้คำปรึกษาและดำเนินการทางกฎหมายเมื่อลูกจ้าง (หรืออดีตลูกจ้าง) กระทำผิดสัญญาจ้างหรือข้อตกลง เช่น ละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันควร,
นำความลับทางการค้าไปเปิดเผย, ทำงานกับบริษัทคู่แข่งโดยฝ่าฝืนข้อตกลง Non-Compete ที่มีผลบังคับได้ตามกฎหมาย รวมถึงการเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

การป้องกันข้อกล่าวหาว่านายจ้างผิดสัญญา

เป็นตัวแทนให้นายจ้างในการต่อสู้คดี เมื่อถูกลูกจ้างกล่าวหาว่านายจ้างเป็นฝ่ายผิดสัญญา เช่น การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหน้าที่หรือสภาพการจ้างที่ไม่เป็นธรรม

การร่างและทบทวนสัญญา/ข้อตกลง

ให้บริการร่างและตรวจสอบสัญญาจ้างแรงงาน, ข้อตกลง Non-Compete, สัญญาไม่เปิดเผยข้อมูล (NDA) ให้มีเนื้อหารัดกุม ชัดเจน และสามารถใช้บังคับได้จริง
ภายใต้ขอบเขตของกฎหมายไทย

สร้างความมั่นใจในการปฏิบัติตามกฎหมาย ด้านสวัสดิการและสวัสดิภาพแรงงานอย่างครบถ้วน และ จัดการข้อเรียกร้องหรือข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ให้คำปรึกษาด้าน Compliance

ให้คำแนะนำอย่างละเอียดเกี่ยวกับข้อกำหนดกฎหมายคุ้มครองแรงงานในส่วนของ เวลาทำงานปกติ/ล่วงเวลา/เวลาพัก, วันหยุดตามประเพณี/พักผ่อนประจำปี/วันลา,
ค่าจ้าง/ค่าล่วงเวลา/ค่าทำงานในวันหยุด, สภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ, และสวัสดิการอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนดหรือที่ตกลงกันไว้

การจัดทำ/ทบทวนข้อบังคับฯ

ช่วยร่างหรือตรวจสอบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานให้ครอบคลุมประเด็นด้านสวัสดิการและสวัสดิภาพอย่างถูกต้อง และสื่อสารให้พนักงานรับทราบ

การจัดการข้อพิพาท/ข้อเรียกร้อง

เป็นตัวแทนในการเจรจา ชี้แจง หรือต่อสู้คดี เมื่อมีข้อเรียกร้องเกี่ยวกับค่าล่วงเวลา, สวัสดิการที่ไม่ได้รับ, หรือประเด็นด้านความปลอดภัยในการทำงาน
จากลูกจ้างหรือหน่วยงานรัฐ
ปกป้องสิทธิ์และโต้แย้งคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน ที่นายจ้างเห็นว่าไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรม หรือคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง/ข้อกฎหมาย
เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่องค์กร

วิเคราะห์คำสั่งและข้อกฎหมาย

ตรวจสอบคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานโดยละเอียด เปรียบเทียบกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในองค์กร และข้อกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาประเด็นในการโต้แย้ง

ดำเนินการอุทธรณ์/ฟ้องคดี

จัดเตรียมคำอุทธรณ์ คำฟ้องและพยานหลักฐาน ยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการสวัสดิการแรงงาน หรือยื่นฟ้องคดีต่อศาลแรงงาน ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อขอให้พิจารณาเพิกถอนคำสั่งนั้น

การว่าต่างในศาลแรงงาน

เป็นทนายความดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน นำเสนอพยานหลักฐานและข้อกฎหมายเพื่อหักล้างเหตุผลของคำสั่ง และปกป้องผลประโยชน์ของนายจ้าง
บริหารจัดการการสิ้นสุดการจ้างงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ลดความเสี่ยงการถูกฟ้องร้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรม และคำนวณสิทธิประโยชน์ เช่น
ค่าชดเชย ให้แก่ลูกจ้างได้อย่างแม่นยำ

ให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์

วิเคราะห์เหตุแห่งการเลิกจ้าง ประเมินความเสี่ยงทางกฎหมาย ให้คำแนะนำขั้นตอนและวิธีการเลิกจ้างที่เหมาะสมและสอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฯ
(ไม่ว่าจะเป็นการเลิกจ้างทั่วไป, การเลิกจ้างเนื่องจากปรับปรุงหน่วยงาน/ยุบตำแหน่ง, การเลิกจ้างเพราะเหตุทางวินัย)

จัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง

ช่วยร่างหนังสือเลิกจ้างที่ระบุเหตุผลชัดเจน, หนังสือรับรองการทำงาน, เอกสารคำนวณค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (ถ้ามี), หรือข้อตกลงระงับข้อพิพาท

คำนวณสิทธิประโยชน์

คำนวณค่าชดเชยตามอายุงาน, ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังไม่ได้ใช้, สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และผลประโยชน์อื่นที่ลูกจ้างพึงได้รับให้ถูกต้อง
ตามกฎหมายและข้อบังคับฯ

ต่อสู้คดีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

เป็นทนายความให้แก่นายจ้างในศาลแรงงานเมื่อถูกฟ้องร้อง รวบรวมพยานหลักฐาน (เอกสาร, พยานบุคคล) เตรียมคำให้การ และดำเนินกระบวนพิจารณา
เพื่อปกป้องนายจ้างอย่างเต็มที่
บังคับใช้สิทธิ์และปกป้องผลประโยชน์สำคัญขององค์กร อันเกิดจากสัญญาจ้าง ข้อบังคับการทำงาน หรือข้อตกลงพิเศษอื่นๆ เช่น
การรักษาความลับทางการค้า หรือการห้ามแข่งขัน

การบังคับใช้สัญญา/ข้อตกลง

ให้คำปรึกษาและดำเนินการทางกฎหมายเมื่อลูกจ้าง (หรืออดีตลูกจ้าง) กระทำผิดสัญญาจ้างหรือข้อตกลง เช่น ละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันควร,
นำความลับทางการค้าไปเปิดเผย, ทำงานกับบริษัทคู่แข่งโดยฝ่าฝืนข้อตกลง Non-Compete ที่มีผลบังคับได้ตามกฎหมาย รวมถึงการเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

การป้องกันข้อกล่าวหาว่านายจ้างผิดสัญญา

เป็นตัวแทนให้นายจ้างในการต่อสู้คดี เมื่อถูกลูกจ้างกล่าวหาว่านายจ้างเป็นฝ่ายผิดสัญญา เช่น การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหน้าที่หรือสภาพการจ้างที่ไม่เป็นธรรม

การร่างและทบทวนสัญญา/ข้อตกลง

ให้บริการร่างและตรวจสอบสัญญาจ้างแรงงาน, ข้อตกลง Non-Compete, สัญญาไม่เปิดเผยข้อมูล (NDA) ให้มีเนื้อหารัดกุม ชัดเจน และสามารถใช้บังคับได้จริง
ภายใต้ขอบเขตของกฎหมายไทย

สร้างความมั่นใจในการปฏิบัติตามกฎหมาย ด้านสวัสดิการและสวัสดิภาพแรงงานอย่างครบถ้วน และ จัดการข้อเรียกร้องหรือข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ให้คำปรึกษาด้าน Compliance

ให้คำแนะนำอย่างละเอียดเกี่ยวกับข้อกำหนดกฎหมายคุ้มครองแรงงานในส่วนของ เวลาทำงานปกติ/ล่วงเวลา/เวลาพัก, วันหยุดตามประเพณี/พักผ่อนประจำปี/วันลา,
ค่าจ้าง/ค่าล่วงเวลา/ค่าทำงานในวันหยุด, สภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ, และสวัสดิการอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนดหรือที่ตกลงกันไว้

การจัดทำ/ทบทวนข้อบังคับฯ

ช่วยร่างหรือตรวจสอบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานให้ครอบคลุมประเด็นด้านสวัสดิการและสวัสดิภาพอย่างถูกต้อง และสื่อสารให้พนักงานรับทราบ

การจัดการข้อพิพาท/ข้อเรียกร้อง

เป็นตัวแทนในการเจรจา ชี้แจง หรือต่อสู้คดี เมื่อมีข้อเรียกร้องเกี่ยวกับค่าล่วงเวลา, สวัสดิการที่ไม่ได้รับ, หรือประเด็นด้านความปลอดภัยในการทำงาน
จากลูกจ้างหรือหน่วยงานรัฐ
ปกป้องสิทธิ์และโต้แย้งคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน ที่นายจ้างเห็นว่าไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรม หรือคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง/ข้อกฎหมาย
เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่องค์กร

วิเคราะห์คำสั่งและข้อกฎหมาย

ตรวจสอบคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานโดยละเอียด เปรียบเทียบกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในองค์กร และข้อกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาประเด็นในการโต้แย้ง

ดำเนินการอุทธรณ์/ฟ้องคดี

จัดเตรียมคำอุทธรณ์ คำฟ้องและพยานหลักฐาน ยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการสวัสดิการแรงงาน หรือยื่นฟ้องคดีต่อศาลแรงงาน ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อขอให้พิจารณาเพิกถอนคำสั่งนั้น

การว่าต่างในศาลแรงงาน

เป็นทนายความดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน นำเสนอพยานหลักฐานและข้อกฎหมายเพื่อหักล้างเหตุผลของคำสั่ง และปกป้องผลประโยชน์ของนายจ้าง

ทำไมลูกค้าเลือก OSP LEGAL

ทำไมลูกค้าเลือก
OSP LEGAL

การเลือกทีมทนายความจาก OSP LEGAL คือการเลือกที่จะได้รับบริการที่มีคุณภาพสูง เชื่อถือได้ และยุติธรรมในทุกขั้นตอนของคดีและคำปรึกษาทางกฎหมาย

ทีมทนายความมืออาชีพ
และมีประสบการณ์สูง

ทีทีมงานของเรามีประสบการณ์ยาวนานในการให้คำปรึกษาและดูแลคดีแรงงานฝ่ายนายจ้างโดยเฉพาะ เข้าใจความท้าทายในการบริหารบุคคลภายใต้กฎหมายไทย และสามารถให้คำแนะนำที่นำไปใช้ได้จริง เพื่อช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงให้องค์กร

ทีมทนายความมืออาชีพ
และมีประสบการณ์สูง

ทีทีมงานของเรามีประสบการณ์ยาวนานในการ
ให้คำปรึกษาและดูแลคดีแรงงานฝ่ายนายจ้าง
โดยเฉพาะ เข้าใจความท้าทายในการบริหารบุคคล
ภายใต้กฎหมายไทย และสามารถให้คำแนะนำ
ที่นำไปใช้ได้จริง เพื่อช่วยป้องกัน
และลดความเสี่ยงให้องค์กร

ทีมทนายความผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางกฎหมายแรงงาน (สำหรับนายจ้าง)

คุณจะได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจกฎหมายแรงงานและแนวปฏิบัติของศาลอย่างลึกซึ้ง สามารถวิเคราะห์ปัญหาที่ซับซ้อน และวางกลยุทธ์ป้องกันหรือต่อสู้คดีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับองค์กร

ทีมทนายความผู้เชี่ยวชาญ
เฉพาะทางกฎหมายแรงงาน
(สำหรับนายจ้าง)

คุณจะได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจ
กฎหมายแรงงานและแนวปฏิบัติของศาล
อย่างลึกซึ้ง สามารถวิเคราะห์ปัญหาที่ซับซ้อน
และวางกลยุทธ์ป้องกันหรือต่อสู้คดี
ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับองค์กร

ดำเนินคดีสำเร็จมาแล้ว
มากกว่า 1,000+ คดี

สถิติคดีที่ประสบความสำเร็จช่วยยืนยันถึงศักยภาพ
ในการทำงานของเรา คุณจึงสามารถวางใจได้ว่า
กำลังอยู่ในมือของมืออาชีพตัวจริง

ดำเนินคดีสำเร็จมาแล้วมากกว่า 1,000+ คดี

สถิติคดีที่ประสบความสำเร็จช่วยยืนยันถึงศักยภาพในการทำงานของเรา คุณจึงสามารถวางใจได้ว่ากำลังอยู่ในมือของมืออาชีพตัวจริง

ได้รับการรีวิวจากลูกค้าด้วยคะแนนสูงสุด

เสียงตอบรับจากลูกค้าจริงคือตัวชี้วัดคุณภาพงาน
และบริการของเรา ลูกค้าส่วนใหญ่พึงพอใจ
และกล้าที่จะแนะนำเราต่อ

ได้รับการรีวิวจากลูกค้า
ด้วยคะแนนสูงสุด

เสียงตอบรับจากลูกค้าจริงคือตัวชี้วัดคุณภาพงานและบริการของเรา ลูกค้าส่วนใหญ่พึงพอใจและกล้าที่จะแนะนำเราต่อ

ขั้นตอนชัดเจน โปร่งใส รวดเร็ว

คุณจะไม่เจอความล่าช้าหรือค่าใช้จ่ายแฝงใด ๆ
เราให้ข้อมูลที่เข้าใจง่าย และดำเนินการอย่างเป็นระบบ
ในทุกขั้นตอน

ขั้นตอนชัดเจน โปร่งใส รวดเร็ว

คุณจะไม่เจอความล่าช้าหรือค่าใช้จ่ายแฝงใด ๆ เราให้ข้อมูลที่เข้าใจง่าย และดำเนินการอย่างเป็นระบบในทุกขั้นตอน

ความเชี่ยวชาญ
ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ไม่ว่าจะเป็นปัญหากฎหมายเฉพาะในประเทศไทย
หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ
เรามีทีมทนายความที่ศึกษาและผ่านการทำงาน
ในต่างประเทศ พร้อมให้คำปรึกษาได้รอบด้าน

ความเชี่ยวชาญ
ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ไม่ว่าจะเป็นปัญหากฎหมายเฉพาะในประเทศไทยหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ เรามีทีมทนายความที่ศึกษาและผ่านการทำงานในต่างประเทศ พร้อมให้คำปรึกษาได้รอบด้าน

บริการครบวงจร

เราให้บริการครอบคลุมทุกมิติสำหรับนายจ้าง ตั้งแต่ การให้คำปรึกษาเชิงป้องกัน (เช่น การร่างสัญญา/ข้อบังคับ, การวางระบบ HR) ไปจนถึง การจัดการข้อพิพาท (การเจรจา, การดำเนินคดีในศาล) คุณจึงมั่นใจได้ในบริการที่ต่อเนื่องและครบถ้วน

มุ่งเน้นปกป้องสิทธิและความยุติธรรม

เราทำงานด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส
และยึดหลักความยุติธรรมเป็นสำคัญ
เพื่อให้ผลลัพธ์คดีออกมาเป็นประโยชน์สูงสุดต่อคุณ

มุ่งเน้นปกป้องสิทธิ
และความยุติธรรม

เราทำงานด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใสและยึดหลักความยุติธรรมเป็นสำคัญ เพื่อให้ผลลัพธ์คดีออกมาเป็นประโยชน์สูงสุดต่อคุณ

ให้คำปรึกษาอย่างเข้าใจง่ายและเป็นมิตร

เราหลีกเลี่ยงการใช้ภาษากฎหมายซับซ้อน
เพื่อให้คุณเข้าใจสถานการณ์และเห็นแนวทางแก้ไข
ได้ชัดเจน พร้อมตัดสินใจอย่างมั่นใจในทุกกระบวนการ

คำปรึกษาที่เข้าใจง่าย
และเป็นมิตร

เราหลีกเลี่ยงการใช้ภาษากฎหมายซับซ้อน เพื่อให้คุณเข้าใจสถานการณ์และเห็นแนวทางแก้ไขได้ชัดเจน พร้อมตัดสินใจอย่างมั่นใจในทุกกระบวนการ

ขั้นตอนการให้บริการด้านกฎหมายแรงงานสำหรับองค์กรกับ OSP LEGAL

1

ทำความเข้าใจบริบทองค์กร
และประเด็นทางกฎหมาย

เริ่มต้นด้วยการรับฟังและทำความเข้าใจธุรกิจ นโยบาย และปัญหาด้านแรงงานของคุณ จากนั้นทีมงานจะวิเคราะห์สถานการณ์ เพื่อให้คำแนะนำเบื้องต้นที่ชัดเจนและตรงประเด็น

2

วางแผนและเสนอแนวทาง
ป้องกัน/แก้ไข

ทำงานร่วมกับลูกค้าเพื่อกำหนดกลยุทธ์ทางกฎหมายแรงงานที่เหมาะสมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงสัญญา-ข้อบังคับ, การวางแผนกระบวนการทาง HR, หรือการเตรียมต่อสู้คดี โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ขององค์กรเป็นสำคัญ

3

ดำเนินการตามแผน
และให้การสนับสนุนต่อเนื่อง

ทีมทนายความ OSP LEGAL จะลงมือดำเนินการตามแผนที่ตกลงกัน ไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษา การร่างเอกสาร หรือการเป็นตัวแทนในข้อพิพาท พร้อมสนับสนุนต่อเนื่องเพื่อให้องค์กรจัดการด้านแรงงานได้อย่างมั่นใจและลดความเสี่ยง

คำถามที่พบบ่อย
ด้านกฎหมายแรงงานสำหรับองค์กร

A: กฎหมายคุ้มครองแรงงาน (มาตรา 119) ได้กำหนดยกเว้นไว้หลายกรณี เช่น ลูกจ้างทุจริตต่อหน้าที่, กระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง, จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย, ฝ่าฝืนข้อบังคับฯ ร้ายแรง (และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีร้ายแรงมาก), ละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันควร, หรือได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม การพิสูจน์เหตุเหล่านี้ต้องชัดเจนและมีหลักฐานเพียงพอ การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความเสี่ยง ควรปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการ

A: ไม่จำเป็นทุกกรณี หากลูกจ้างกระทำความผิดไม่ร้ายแรง นายจ้างต้องตักเตือนเป็นหนังสือก่อน หากทำผิดซ้ำคำเตือนในเรื่องเดิมภายใน 1 ปี จึงจะใช้เป็นเหตุเลิกจ้างได้ แต่หากเป็นการกระทำผิดที่เข้าข่ายกรณีร้ายแรงตามกฎหมาย (เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ร้ายแรง) นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องมีหนังสือเตือน การประเมินความร้ายแรงเป็นประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ

A: หากสถานประกอบการของคุณมีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กฎหมายบังคับให้ต้องมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นลายลักษณ์อักษร โดยต้องมีรายละเอียดอย่างน้อย 8 หัวข้อตามที่กฎหมายกำหนด เช่น วันทำงาน เวลาพัก วันหยุด หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลา ค่าจ้าง วินัยและโทษทางวินัย การร้องทุกข์ และการเลิกจ้าง/ค่าชดเชย ควรประกาศให้ลูกจ้างทราบและยื่นสำเนาต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง

A: เมื่อได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง สิ่งแรกที่ควรทำคือปรึกษาทนายความด้านคดีแรงงานทันที เพื่อประเมินคำฟ้อง รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานฝั่งนายจ้าง และจัดทำ “คำให้การ” เพื่อยื่นต่อสู้คดีต่อศาลภายในระยะเวลาที่กำหนด (ปกติคือ 15 วันนับแต่วันรับหมาย) การดำเนินการที่ถูกต้องและรวดเร็วตั้งแต่ต้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

A: ข้อดีหลักคือ ความรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย เมื่อเทียบกับการดำเนินคดีจนถึงที่สุด นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง หาข้อยุติที่ทั้งสองฝ่ายพอใจร่วมกัน ซึ่งอาจมีความยืดหยุ่นกว่าคำพิพากษา และอาจช่วยลดความขัดแย้งทางอารมณ์ลงได้ ศาลแรงงานมักจะให้โอกาสไกล่เกลี่ยก่อนเสมอ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ควรพิจารณา

A: อัตราค่าบริการ ขึ้นอยู่กับลักษณะงานและความซับซ้อน อาจเป็นการให้คำปรึกษาเป็นรายชั่วโมง, ค่าบริการรายเดือน (Retainer Fee) สำหรับการปรึกษาต่อเนื่อง, ค่าบริการคงที่สำหรับการร่างเอกสาร (สัญญา, ข้อบังคับฯ), หรือค่าบริการสำหรับการดำเนินคดีในศาล OSP LEGAL จะแจ้งโครงสร้างและอัตราค่าบริการที่ชัดเจนให้ท่านพิจารณาก่อนตัดสินใจเสมอ ท่านสามารถนัดปรึกษาเบื้องต้น (ฟรี) เพื่อประเมินความต้องการและค่าบริการได้


รีวิวและผลงาน จากลูกค้า

ตัวอย่างความสำเร็จในการจัดการคดีแรงงาน

Case Study: อดีตพนักงานย้ายไปทำงานกับคู่แข่ง OSP LEGAL ช่วยนายจ้างฟ้องเรียกค่าเสียหายสำเร็จ

สถานการณ์: บริษัทลูกค้าของ OSP LEGAL (โจทก์) ซึ่งดำเนินธุรกิจให้บริการเฉพาะทางในสนามบิน และได้ลงทุนฝึกอบรมพนักงานให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ได้ทำ “สัญญาห้ามเปิดเผยข้อมูลและการไม่แข่งขันกับบริษัท” (Non-Compete & NDA) กับพนักงาน โดยมีข้อกำหนดห้ามทำงานกับบริษัทคู่แข่งเป็นเวลา 4 ปีหลังสิ้นสุดสภาพพนักงาน ต่อมา เมื่อบริษัทคู่แข่งรายใหม่ชนะการประมูลงานสำคัญที่ลูกค้าเคยทำได้ พนักงานของลูกค้าจำนวนถึง 36 คน ได้พร้อมใจกันลาออกและย้ายไปทำงานกับบริษัทคู่แข่งนั้นทันที ซึ่งเป็นการกระทำที่อาจละเมิดข้อตกลงและสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจของลูกค้า

การดำเนินการของ OSP LEGAL: ในฐานะทนายความของฝ่ายนายจ้าง OSP LEGAL ได้ ยื่นฟ้องอดีตพนักงานทั้ง 36 คน ต่อศาลแรงงานภาค ๑ ในข้อหาผิดสัญญาห้ามแข่งขันและห้ามเปิดเผยข้อมูล โดยเราได้นำเสนอพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ประเด็นสำคัญต่างๆ ได้แก่:

ผลลัพธ์: ศาลแรงงานภาค ๑ ได้มีคำพิพากษาโดยสรุปดังนี้:

บทเรียนสำคัญ: คดีนี้แสดงให้เห็นว่า สัญญาห้ามแข่งขัน (Non-Compete) สามารถใช้บังคับได้ตามกฎหมายไทย หากมีเหตุผลอันสมควรทางธุรกิจ แต่ ต้องกำหนดขอบเขตและระยะเวลาให้ “สมเหตุสมผลและเป็นธรรม” ด้วย ศาลมีอำนาจปรับลดระยะเวลาหรือเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนได้ การมีข้อสัญญาที่รัดกุมแต่สมเหตุสมผล และการดำเนินการทางกฎหมายอย่างทันท่วงทีเมื่อมีการผิดสัญญา เป็นสิ่งสำคัญในการปกป้องผลประโยชน์ขององค์กร

(หมายเหตุ: ผลคดีนี้ถือว่านายจ้างประสบความสำเร็จในการยืนยันสิทธิ์ตามสัญญาและได้รับค่าเสียหาย แม้จำนวนจะถูกปรับลดลงและระยะเวลาถูกจำกัด)

Case Study: สัญญาประนีประนอมหลังเลิกจ้าง มีผล OSP LEGAL ช่วยนายจ้างชนะคดีเรียกค่าเสียหายกว่า 5 ล้านบาท

สถานการณ์: บริษัทลูกค้าของ OSP LEGAL (นายจ้าง) ถูกอดีตพนักงานขาย (ลูกจ้าง) ยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานกลาง เรียกค่าเสียหายจากการ เลิกจ้างไม่เป็นธรรม เป็นเงินกว่า 5.7 ล้านบาท พร้อมเรียกร้องค่าคอมมิชชั่นค้างจ่าย โดยลูกจ้างอ้างว่าสาเหตุการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม และอ้างว่าตนเอง ถูกบีบบังคับ ให้ลงนามใน “บันทึกข้อตกลงสัญญาประนีประนอมยอมความ” ที่ทำขึ้นภายหลังการเลิกจ้าง ซึ่งในข้อตกลงนั้นระบุว่าลูกจ้างได้รับเงินค่าชดเชยและผลประโยชน์อื่นๆ ครบถ้วนแล้ว และไม่ติดใจเรียกร้องใดๆ อีก สถานการณ์นี้นอกจากจะสร้างความเสียหายทางการเงินที่สูงมาก หากแพ้คดี ยังกระทบต่อชื่อเสียงและกระบวนการบริหารงานบุคคลขององค์กรด้วย

การดำเนินการของ OSP LEGAL: ในฐานะทนายความของฝ่ายนายจ้างและกรรมการบริษัท OSP LEGAL ได้เข้าต่อสู้คดีโดยมีกลยุทธ์หลักคือ การ พิสูจน์ความสมบูรณ์และมีผลบังคับของ “สัญญาประนีประนอมยอมความ” ที่ลูกจ้างได้ลงนามไปแล้ว เราได้:

ผลลัพธ์: ศาลแรงงานกลาง รับฟังพยานหลักฐานและข้อต่อสู้ของ OSP LEGAL โดยวินิจฉัยว่า สัญญาประนีประนอมยอมความที่ลูกจ้างลงนามนั้น สมบูรณ์ มีผลบังคับตามกฎหมาย และไม่ปรากฏว่ามีการข่มขู่หรือบีบบังคับ เมื่อลูกจ้างได้ตกลงสละสิทธิ์เรียกร้องอื่นๆ ทั้งหมดแล้ว จึง ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม หรือค่าคอมมิชชั่นจากนายจ้างได้อีก ศาลจึง พิพากษา “ยกฟ้อง” คดีของลูกจ้างทั้งหมด ทำให้ลูกค้าของเรา (นายจ้าง) ชนะคดีและไม่ต้องรับผิดตามที่ถูกฟ้องร้อง

บทเรียนสำคัญ: คดีนี้แสดงให้เห็นถึง ความสำคัญอย่างยิ่งของ “สัญญาประนีประนอมยอมความ” ที่ทำขึ้นอย่างถูกต้องหลังการสิ้นสุดการจ้างงาน ซึ่งสามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการ ระงับข้อพิพาทแรงงานในอนาคต และ ปกป้องนายจ้าง จากการถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมได้ หากกระบวนการทำสัญญานั้นโปร่งใสและลูกจ้างให้ความยินยอมโดยสมัครใจ

ลดความเสี่ยงข้อพิพาทแรงงานให้องค์กร
เริ่มต้นปรึกษา OSP LEGAL

ลดความเสี่ยง
ข้อพิพาทแรงงานให้องค์กร
เริ่มต้นปรึกษา OSP LEGAL

การปรึกษาเบื้องต้นไม่มีค่าใช้จ่ายและเป็นความลับ
ไม่มีข้อผูกมัดใดๆ หลังการปรึกษา